วิธีดูแล รักษาฝ้า หมดกังวลปัญหาตัวการร้ายทำลายผิว

วิธีดูแลรักษาปัญหาฝ้า

ถ้าจะให้เลือกเป็นระหว่างสิวกับฝ้า คนที่รู้เรื่องพวกนี้ดีก็จะต้องเลือกสิวดีกว่า เพราะการรักษาง่าย เป็นแล้วหายโดยแทบจะไม่ทิ้งร่องรอย แม้จะเกิดเป็นแผลเป็นบ้าง แต่ก็ไม่ได้มากมายจนเกินเยียวยา เพราะเมื่อเทียบกับฝ้าแล้ว เป็นสิ่งที่ครีมดูแลผิวจะกำจัดออกได้อยาก เนื่องจากฝ้ามักจะอยู่ลึกลงไปในชั้นผิวหน้า ปรากฏอย่างชัดเจน อาจจะเป็นรอยดำ หรือรอยแดง กินพื้นที่ ๆ ไม่ใชแค่จุดเล็ก ๆ อย่างแน่นอน หากปล่อยทิ้งไว้นาน หรือได้รับ วิธีรักษาฝ้า ที่ไม่ถูกวิธี แทนที่ฝ้าจะหาย ยิ่งลุกลามบานปลาย กระทบต่อความมั่นใจ สูญเสียบุคลิกภาพ ทำให้ไม่กล้าออกไปเผชิญหน้ากับสังคมกันได้เลยทีเดียว

ฝ้า คืออะไร ?

ฝ้า คือปัญหาตัวฉกาจของผิวที่ชวนหงุดหงิดใจยิ่งกว่าสิว ซึ่งมักจะมาพร้อมกับกระ ทำให้เป็นรอยด่างดำ ลักษณะของฝ้าจะเป็นความผิดปกติของผิวหนัง หรือการถูกกระตุ้นจากปัจจัยแวดล้อมภายนอก เป็นปัญหาที่พบได้บ่อย พบเห็นได้บริเวณผิวหน้ามากเป็นพิเศษ สังเกตว่าจะมีรอยแดงคล้ำ หรือเป็นปื้นสีน้ำตาลกินพื้นที่ชัดเจน บางคนก็จะเป็นสีดำ เทา ไปจนถึงสีม่วงอมน้ำเงิน และไม่ได้เกิดขึ้นตั้งแต่เกิด โดยทั่วไปจะพบได้มากในผู้หญิงวัยกลางคน อายุประมาณ 30 ปีขึ้นไป ดังนั้นหากสังเกตให้ดีว่าผิวที่เคยเรียบเนียน ขาวใส เริ่มมีความคล้ำ มีรอยปื้นที่ผิดเพี้ยนไปจากสีผิวปกติ เบื้องต้นมักจะค่อย ๆ เกิดขึ้นเป็นรอยจาง ๆ ก่อน ก็ให้สันนิษฐานเอาไว้ก่อนเลยว่าผิวกำลังเสี่ยงที่จะเกิดฝ้าเข้ามาคุกคามแล้วก็ได้

ตัวการที่ทำให้เกิดฝ้า

อะไรเป็นตัวการที่ทำให้เกิดฝ้า ?

การเกิดฝ้า เกิดขึ้นจากความผิดปกติของชั้นผิวหนัง เม็ดสีผิวเกิดการทำงานที่ผิดปกติ ทำให้มีการสร้างเม็ดสีที่เรียกว่าเมลานินขึ้นมาเป็นจำนวนมาก จนมองเห็นได้ชัดเจน บางรายฝ้าที่พบยังมาจากสภาพผิวชั้นนอกที่มีความบาง ทำให้เห็นเส้นเลือดที่อยู่ลึกลงไปใต้ผิวหนังชัดเจน กลายเป็นริ้วรอยที่ทำให้หน้าดูหมองคล้ำไม่เรียบเนียนขึ้นมา

ความผิดปกติของฮอร์โมนในร่างกายที่พบได้บ่อยในผู้หญิง ยังเป็นตัวกระตุ้นให้เลือดลมในร่างกายไหลเวียนได้ไม่ดี เป็นตัวกระตุ้นทำให้เม็ดสีทำงานผิดปกติได้ โดยที่ฮอร์โมนหลักอันเป็นตัวการคือฮอร์โมนเอสโตรเจน เมื่อใดก็ตามที่ฮอร์โมนดังกล่าวมีระดับสูงขึ้น จะไปทำให้เกิดการสร้างเม็ดสีเมลาโนไซท์ ดังนั้นความเสี่ยงที่ผู้หญิงในช่วงตั้งครรภ์ ระยะที่กำลังตั้งครรภ์เดือนแรก ๆ จะเกิดฝ้าขึ้นมาได้ แม้จะไม่ได้สัมผัสกับแสงแดดหรือปัจจัยกระตุ้นอื่นก็ตาม อีกทั้งหากพบความแปรปรวนของฮอร์โมนตัวนี้ ก็มีผลต่อการเพิ่มขึ้นของเม็ดสีเมลานินจนเกิดเป็นฝ้าขึ้นมาบริเวณผิวหน้า พบได้มากที่แก้มทั้งสองข้าง เป็นที่รู้จักกันในชื่อว่า ฝ้าเลือด ซึ่งจะพบได้บ่อยในช่วงมีก่อนและระหว่างมีประจำเดือนร่วมด้วย

นอกจากนี้ยังมีตัวกระตุ้นจากสารเคมี การใช้เครื่องสำอางที่มีสารพิษตกค้าง การเผชิญกับแสงแดดเป็นเวลานานหลายชั่วโมง สภาพผิวที่แพ้ง่าย การใช้ครีมบำรุง หรือยาที่เป็นสารเคมีรุนแรงติดต่อกัน ก็ล้วนทำให้มีโอกาสที่เม็ดสีตามธรรมชาติจะทำงานผิดปกติ เพิ่มจำนวนขึ้นมาจนผิวหน้าเสียความขาวใสไปได้

ป้องกันการเกิดฝ้า

แนวทางการรักษาและป้องกันการเกิดฝ้า

ตามปกติแล้วหากเป็นฝ้าขึ้นมา มักจะทำการรักษานั้นได้ยาก ขึ้นอยู่กับว่าฝ้าที่พบอยู่ในตำแหน่งไหนของชั้นผิว เพราะจะมีแบบฝ้าลึก ที่อยู่แค่ตรงหนังกำพร้า ซึ่งเป็นหนังชั้นนอกสุด ฝ้าแบบนี้สังเกตให้ดีจะออกเป็นสีน้ำตาล และมองเห็นขอบเขตอย่างชัดเจน มีตัวกระตุ้นจากปัจจัยแลดล้อมภายนอกที่ทำให้เกิดขึ้นได้ง่าย แต่ก็สามารถรักษาให้กลับมาหายเป็นปกติได้ไม่ยากในระยะเวลาสั้น ๆ หากไม่ปล่อยให้ลุกลามทิ้งเอาไว้นานจนเกินไป ส่วนฝ้าอีกแบบจะเป็นฝ้าลึก อยู่ในระดับที่ลึกกว่าแค่หนังกำพร้า สังเกตว่าสีจะมีน้ำตาลอมฟ้า หรืออมม่วง หากเป็นแล้วจะรักษาได้ยาก การทายา หรือกินยาเพียงอย่างเดียวอาจจะช่วยให้จางลงแต่ไม่หายขาด ต้องทำเลเซอร์ควบคู่ไปด้วย ดังนั้น วิธีรักษาฝ้า จะแตกต่างกันออกไป ซึ่งที่ได้รับความนิยมส่วนใหญ่ คือ

1.การทาครีมกันแดดและครีมบำรุงควบคู่กัน

วิธีรักษานี้จะเหมาะสำหรับคนที่เป็นฝ้าแบบจาง ๆ และเพิ่งเกิดขึ้นได้ไม่นาน การรักษาสามารถทำได้ด้วยตัวเอง ด้วยการทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ให้มากเป็นพิเศษในตำแหน่งที่เกิดฝ้า และบริเวณผิวส่วนอื่น ๆ ในเวลากลางวัน ไม่ว่าจะออกกลางแจ้งหรือไม่ก็ตาม ส่วนในเวลากลางคืนให้ใช้ครีมทาฝ้าที่มียี่ห้อ มีการรับรองเป็นอย่างดี ใช้ต่อเนื่องเป็นประจำทุกวัน ก็จะทำให้ฝ้าจางลงและกลับมามีผิวหน้าขาวใสได้เหมือนเดิม

2.การกินยารักษาฝ้า

โดยทั่วไปยากินเพื่อใช้ รักษาฝ้า มักจะมีผลทำให้เลือดเกิดการแข็งตัว ซึ่งจะใช้ในกลุ่มผู้ป่วยที่มีปัญหาเลือดไหลไม่หยุด ส่วนการนำมาใช้สำหรับการรักษาฝ้าได้นั้น เนื่องจากกลไกลการทำงานของยามีฤทธิ์ช่วยหยุดการทำงานของเอนไซม์ Tyrosinase ซึ่งเอนไซม์ตัวนี้จะเป็นตัวที่กระตุ้นให้เกิดการสร้างเม็ดสี ทำให้ฝ้าจางลงได้ แต่จะต้องได้รับการดูแลจากแพทย์ เนื่องจากเป็นยาที่ไม่ควรใช้ติดต่อกันเป็นระยะเวลานานด้วยตัวเอง จะต้องได้รับการตรวจรักษาจากแพทย์อย่างต่อเนื่อง พร้อมกับติดตามผล เพื่อป้องกันการเกิดอาการข้างเคียงจากการใช้ยานั่นเอง

3.การใช้เทคโนโลยีเลเซอร์ในการกำจัดฝ้า

เทคโนโลยี วิธีรักษาฝ้า ในปัจจุบัน สามารถใช้เลเซอร์เป็นตัวช่วยที่เห็นผล และมีผลข้างเคียงน้อย เหมาะสำหรับคนที่มีฝ้าหนา มองเห็นได้ชัด และเป็นชนิดฝ้าลึก เกิดขึ้นใต้ชั้นผิวหนังกำพร้าลงไป จะต้องใช้การเลเซอร์หรือคลื่นแสงที่เหมาะสมเข้ามาช่วยรักษา ยับยั้งการเกิดเม็ดสีผิดปกติ ที่เป็นตัวการทำให้เกิดโรค ข้อดีคือทำให้ฝ้าที่เป็นเยอะหายได้เร็วขึ้น มีผลข้างเคียงน้อยกว่าการใช้ยาทาหรือยากินที่อาจจะต้องใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน ทำให้มีผลกระทบต่อสุขภาพตามมา

เนื่องจากฝ้าเป็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับผิวพรรณ มีสาเหตุจากหลากหลายปัจจัยที่ยังหาบทสรุปที่แน่ชัดไม่ได้ ดังนั้นการดูแลสุขภาพตัวเองให้ดีทั้งภายในและภายนอก บวกรวมกับการหมั่นสังเกตสภาพผิวของตัวเองอย่างสม่ำเสมอ ก็จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาผิวชนิดนี้ให้น้อยลงได้ ให้ความเรียบเนียนของผิวเติมเสน่ห์ให้สาว ๆ ได้อย่างมั่นใจไปได้อีกนาน

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

Posted in บทความสุขภาพ and tagged , , .